โรงเรียนวัดบ้านมะเดื่อหวาน

หมู่ที่ 3 บ้านมะเดื่อหวาน ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84280

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-238355

วิธีง่ายๆ ที่ผู้ปกครองสามารถช่วยรับมือ ความเครียดของลูก

วิธีง่ายๆ ที่ผู้ปกครองสามารถช่วยรับมือ ความเครียดของลูก

พ่อแม่ หลายคน อาจมีปัญหาเรื่องการจัดการ ความเครียดของลูก เช่น ลูกดื้อ ลูกงอแง ไม่เชื่อฟัง บ่อยครั้ง ที่พ่อแม่ และลูกๆ ต้องผิดใจทะเลาะกัน สุดท้ายทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข วันนี้ เรามี 4 วิธีง่ายๆ ที่ผู้ปกครองสามารถช่วยเด็กๆ รับมือ และจัดการกับความเครียดกัน

4 วิธีง่ายๆ ที่ผู้ปกครองสามารถช่วยรับมือ ความเครียดของลูก

  1. จัดสรรเวลาให้ลูก

ปัจจัยหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดความเครียดสำหรับเด็กคือการมอบหมายกิจกรรมให้เด็กมากเกินไป เด็กๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่โรงเรียน พวกเขายังต้องทำกิจกรรมนอกเวลาเรียน ทำการบ้านเสร็จแล้วก็เข้านอนแบบนี้เป็นกิจวัตรประจำวันแทบไม่มีเวลาพักผ่อน หรือผ่อนคลาย

เด็กต้องการเวลาพักผ่อนและชาร์จแบตเตอรี่ สมองและร่างกายต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือต้องจัดตารางเวลาที่เหมาะสมสำหรับกิจกรรมประจำวันเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดสำหรับบุตรหลานของคุณ พ่อแม่สามารถ

กำหนดตารางเวลาที่ชัดเจนและคำนวณเวลาเรียนสำหรับแต่ละวิชาอย่างเหมาะสม แบ่งชั้นเรียนเพื่อไม่ให้หนักเกินไป และพยายามอย่าสร้างความคาดหวังให้ลูกมากเกินไป เพราะการเรียนที่บ้านและที่โรงเรียนแตกต่างกัน พ่อแม่เริ่มสอนทีละน้อยๆ วันละ 2-3 ชั่วโมง

  1. ให้เวลาเล่นบ้าง

การเล่นเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยลดระดับความเครียดในเด็กได้ ไม่ควรเป็นเกมที่ทำให้เด็กตกอยู่ภายใต้ความกดดัน ให้เด็กๆ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเกม เป็นเรื่องปกติที่จะเล่นกับเด็กเล็ก อาจไม่ยากสำหรับพวกเขา แต่บางครั้งในวัยเด็กก็สามารถลืมและใช้เวลาเล่นน้อยลง

ผู้ปกครองอาจเพิ่มกิจกรรมการเล่นให้ลูกได้ เช่น กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย การเล่นช่วยพัฒนาร่างกายและจิตใจของเด็กทุกคน ที่เด็ก ๆ ต้องวิ่งเล่นข้างนอกกระโดด การทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กพัฒนาสังคม และร่างกายช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยประสานการทรงตัวระหว่างกล้ามเนื้อต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น แขน ขา กล้ามเนื้อมือ และตา-มือประสานกัน เช่น แกะสลัก พับกระดาษ วาดรูปและระบายสี เป็นต้น ช่วยให้เด็กๆ ได้เล่น ชอบวาดรูปหรือเล่นกับทุกชนิด ของเล่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้จินตนาการ เช่น ตุ๊กตา บ้านตุ๊กตา เกมเล่นตามบทบาท เป็นต้น จะช่วยแสดงความรู้สึกของลูกในขณะนั้นและคลายความเครียด

  1. สร้างนิสัยการนอนหลับ ให้เพียงพอ

“การนอน” เป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของเด็ก พบว่าโกรทฮอร์โมน (growth hormone) หลั่งออกมามากในตอนกลางคืน 1 ถึง 2 ชั่วโมงหลังจากหลับไป หากเด็กนอนหลับไม่เพียงพอ จะส่งผลให้มีการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตไม่เพียงพอ ส่งผลต่อความสูง การนอนหลับยังช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

การนำนิสัยการนอนที่ดีมาใช้จะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับของลูกคุณดีขึ้น และป้องกันความเครียดจากการไม่ได้พักผ่อน ตัวอย่างเช่น การเข้านอนและตื่นในเวลาเดียวกันในแต่ละวันควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เด็กง่วงนอน ยากในตอนเย็น เช่น ดูทีวีหรือเล่นคอมพิวเตอร์ เพราะแสงจากหน้าจอขัดขวางการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งช่วยให้นอนหลับ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและคาเฟอีน เช่น ชาเขียว ช็อคโกแลต กาแฟ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้สามารถป้องกันไม่ให้ลูกหลับได้ เด็กที่นอนหลับไม่เพียงพอทุกคืน เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในการอดนอนเรื้อรัง เด็กจะไม่แสดงอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนเหมือนในผู้ใหญ่ แต่จะแสดงออกมาในรูปของปัญหาพฤติกรรม เช่น ซุกซน กระสับกระส่าย ก้าวร้าว หงุดหงิด เครียด ดังนั้นพ่อแม่ควรสอนลูกให้นอนเร็วและสร้างนิสัยการนอนที่ดี …

  1. จัดการความเครียดของตัว ผู้ปกครอง เอง

ความเครียดของพ่อแม่สามารถส่งต่อไปยังลูกๆ ได้โดยที่เราไม่รู้ตัว การคาดหวังมากเกินไปสำหรับบุตรหลานของคุณอาจทำให้เกิดความเครียดได้ เมื่อพ่อแม่เครียด ลูกก็จะเครียดตามสภาพแวดล้อม พ่อแม่ควรให้เวลากับลูกบ่อยๆ เพื่อรับรู้อารมณ์และพฤติกรรมของลูก เช่น พาลูกไปทำกิจกรรมในครอบครัว การเล่นกับเด็กมักจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย หากเด็กอยู่ในโรงเรียนประถม ผู้ปกครองสามารถเล่นกับเขา ให้คำชมแก่เขา และถ้าเด็กโตกว่าเล็กน้อย เขาเป็นวัยรุ่น บางทีที่ปรึกษากำลังคุยกับเขา ช่วยให้เธอเปิดใจและแสดงหัวใจของเธอให้เราทราบ ลูกไม่เครียดพอ

อ่านบทความดีๆ จากทาง โรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ