โรงเรียนวัดบ้านมะเดื่อหวาน

หมู่ที่ 3 บ้านมะเดื่อหวาน ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84280

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-238355

เลี้ยงลูกไม่ให้เครียด ด้วย 9 วิธีแก้ปัญหาที่คุณแม่รับมือได้

เลี้ยงลูกไม่ให้เครียด ด้วย 9 วิธีแก้ปัญหาที่คุณแม่รับมือได้

เลี้ยงลูกไม่ให้เครียด สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก พฤติกรรมของผู้ปกครอง และวิธีการสอนลูกในรูปแบบต่างๆ ในบทความนี้มี 9 วิธีที่คุณแม่สามารถประยุกต์ใช้กับลูกได้ ทันที “ความเครียด” เกิดได้กับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเพศ อาชีพ และอายุ “เด็ก” ก็ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับโรคนี้เช่นกัน เด็กที่มีความเครียดก็ไม่ต่างจากผู้ใหญ่อย่างเรา แต่เด็กไม่สามารถแสดงความเครียดนั้นออกมาได้ในแบบที่พวกเขารู้สึก เป็นผลให้เด็กแสดงออกแตกต่างจากผู้ใหญ่เมื่อพวกเขาเครียด เพราะพวกเขายังต้องเรียนรู้หลายวิธีในการแสดงความเครียดนั้น แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของเราเครียด? พ่อแม่จะป้องกันได้อย่างไร? แล้วจะเลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เครียด? ก่อนอื่นเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสาเหตุของความเครียดที่เกิดขึ้นในเด็กก่อน

9 วิธี เลี้ยงลูกไม่ให้เครียด

  1. ฟังลูกของคุณ

เมื่อถูกถามถึงวิธีการเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กไม่เครียดหรือป้องกันเด็กที่ปราศจากความเครียด ผู้ปกครองควรเริ่มต้นด้วยการสังเกตอาการและพฤติกรรมของลูกเพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากบุคลิกภาพปกติหรือไม่ ฟังความคิดเห็นของบุตรหลานของคุณ พูดคุยกับพวกเขาไม่ว่าผู้ใหญ่จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

  1. อย่ากดดันลูกมากเกินไป

โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ เพราะเมื่อลูกๆ เครียดจากการเรียนรู้ ก็เกิดแรงกดดันจากพ่อแม่ที่ยังคงคาดหวังและกดดันลูกไว้มาก จิตใจของลูกคุณแย่ลง จนกระทั่งเขาสามารถเปรียบเทียบตัวเองกับเด็กคนอื่น ๆ ได้จนกว่าจะมีแรงกดดันต่อไป แน่นอนว่าทั้งความปรารถนาดีและความคาดหวังที่พ่อแม่มีต่อลูกที่ช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ แต่อย่าลืมนึกถึงความคิดของเขาก่อน เพราะความเครียดในเด็กอาจเกิดจากความคาดหวังและความกดดันที่เกินจริง เคล็ดลับแต่จะส่งผลเสียต่อผู้ที่ต้องทนต่อแรงกดดัน ซึ่งเป็นลูกของเราเองในบริบทนี้ ผู้ปกครองควรชั่งน้ำหนักและจัดการความปรารถนาดีตามนั้น ก่อนให้ลูกด้วยความสงสาร เพื่อไม่ให้ลูกเครียด

3.ห้ามดุหรือตีลูก

ในกรณีนี้ หากเด็กมีความรู้สึกอ่อนไหวทางอารมณ์หรือเป็นคนที่อ่อนไหว แกนกลางทางจิตใจของเด็กที่ ‘พ่อแม่ไม่รักพวกเขา’ ก็สามารถทำให้พวกเขามีอาการต่อต้านพ่อแม่ได้ และใช้สามัญสำนึกกับลูกได้มาก เป็นไปได้. ควรหยุดละเลยพฤติกรรมหรือคำพูดของเขาอย่างเหมาะสม เพราะบางครั้งลูกของคุณก็ไม่ได้ต้องการแค่ความสนใจจากพ่อแม่เท่านั้น แต่บางทีเขาอาจต้องการความเข้าใจ

  1. ใช้เวลากับลูก ๆ ของคุณมากขึ้น มีความอ่อนไหวต่อลูกของคุณมาก

พ่อแม่ควรหาเวลาทำกิจกรรมร่วมกับลูก หรือกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวเมื่อลูกรู้สึกปลอดภัยที่จะพูดคุยกับพ่อแม่หรือแสดงความรู้สึก

  1. สอนลูกให้มั่นใจในตนเอง

การตระหนักรู้ในตนเองหมายถึงความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของตนเอง รับรู้ความรู้สึกนั้น ซึ่งสำคัญมากหากพ่อแม่สามารถสอนลูกๆ ได้ทีละน้อย เรียนรู้ที่จะเข้าใจความต้องการของคุณเอง สามารถรับรู้และแยกแยะความรู้สึกของตนเองได้ การตระหนักรู้นี้จะช่วยให้เด็กๆ เติบโตอย่างมีเหตุผลและรักตัวเอง

  1. สอนลูกให้รู้จักควบคุมตนเอง

นอกจากการเข้าใจและยอมรับความรู้สึกของตัวเองและตระหนักถึงผลกระทบของสิ่งที่เราพูดกับผู้อื่นแล้ว ความสามารถในการควบคุมและจัดการอารมณ์ของตนเองและแสดงออกอย่างเหมาะสม สิ่งนี้ทำให้เด็กมีบุคลิกที่ยืดหยุ่นและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดี

  1. กระตุ้นลูกของคุณ

ฝึกลูกของคุณให้มีแรงจูงใจจากภายใน (แรงจูงใจที่แท้จริง) ที่เต็มไปด้วยพลังงานที่ขับเคลื่อนจากภายใน แทนแรงจูงใจภายนอก ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เงินทอง สังคมยอมรับ ฯลฯ

แรงจูงใจนี้จะช่วยให้เขาตั้งเป้าหมายและทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อย่ายอมจำนนต่ออุปสรรค ความยากลำบาก และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จและมีความสุข

  1. สอนลูกของคุณให้เห็นอกเห็นใจผู้อื่น

การเอาใจใส่คือความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น และระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อมีคนรู้สึกแย่ กังวล หรือเศร้า ฯลฯ จุดเน้นในประเด็นนี้คือการเรียนรู้วิธีให้บุตรหลานของคุณตั้งใจฟัง ฟังมากกว่าคำพูด ฟังอย่างระมัดระวังและใส่ใจ ทั้งน้ำเสียงและภาษากาย ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ลูกของคุณเข้าใจผู้อื่นได้ดีขึ้น และใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น

  1. สอนทักษะการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นให้บุตรหลานของคุณ

การอยู่ร่วมกับผู้อื่นคือความสามารถในการโต้ตอบกับคนรอบข้างได้ดี สำคัญมาก ถ้าลูกของคุณเติบโตในสังคมที่คุณจะได้พบกับผู้คนมากมายในอนาคต พ่อแม่สามารถสอนลูกให้พัฒนาทักษะการเข้าสังคม เช่น ข. การเป็นผู้ฟังที่ดี การสื่อสารด้วยวาจา การสื่อสารที่ไม่ใช้คำพูด และการเคารพผู้อื่น เป็นต้น

อ่านบทความดีๆจากทางโรงเรียน ได้ที นานาสาระ