โรงเรียนวัดบ้านมะเดื่อหวาน

หมู่ที่ 3 บ้านมะเดื่อหวาน ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84280

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-238355

แบ่งเวลา อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ เรามีเทคนิคมาฝากกัน

แบ่งเวลา อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ เรามีเทคนิคมาฝากกัน

น้องๆ เคยสงสัย หรือไม่ว่าในแต่ละวันเราใช้กิจกรรมอะไร? เพื่อนบางคนดูเหมือนจะมีเวลาว่างมาก แต่คนบางคน ดูเหมือนไม่มีเวลาทำอะไรเลยจริงๆ ในเมื่อทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน เราควร แบ่งเวลา อย่างไรเรามีเทคนิคมาฝากกัน

          แม้ว่าทุกคนจะมีเวลาเท่ากัน แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนแตกต่างคือ การแบ่งเวลา การนอน ทำการบ้าน ต้องเรียนพิเศษ ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ บอกเลยว่าปัญหาเหล่านี้จะหมดไปแน่นอน เพราะวันนี้ เรา จะพาไปดู 5 วิธี แบ่งเวลา ให้มีประสิทธิภาพ ไปดูกันเลย

5 วิธี แบ่งเวลา ให้มีประสิทธิภาพ

 1. จัดลำดับความสำคัญของงาน

          ยิ่งงานมีจำนวนมากขึ้น สิ่งที่สำคัญที่น้องๆจะต้องทำก่อนคือ การจัดลำดับความสำคัญของงาน วิธีที่ เราแนะนำคืองานจะถูกแบ่งออกเป็นตารางการจัดลำดับความสำคัญ โดยที่รายการแรกมีไว้สำหรับงานที่สำคัญและเร่งด่วน เช่น การบ้านที่ครบกำหนดในวันพรุ่งนี้ เป็นต้น ประการที่สองเกี่ยวข้องกับงานที่ สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน เร่งด่วน เช่น อ่านหนังสือเตรียมสอบปลายภาค เป็นต้น คอลัมน์ที่ 3 สำหรับงานที่ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน เช่น อธิบายการบ้านของเพื่อน เป็นต้น และคอลัมน์ที่สี่คือช่องสุดท้ายสำหรับงานที่ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ

 2. อย่าลืม กำหนดส่งงาน กำหนดเสร็จงาน

          ได้ยินจากพี่ ๆ หลายคนที่มักมีข้ออ้างที่ไม่ส่งการบ้าน เช่น ลืมเอาการบ้านมา ฉันลืมไปว่าวันนี้เรามีคลาสนี้ หรือแม้กระทั่งลืมไปว่าครูเคยสั่งงาน ฯลฯ สาเหตุทั้งหมดที่กล่าวมามีสาเหตุมาจากเด็กลืมทำงาน เมื่อใดก็ตามที่ฉันรู้ว่าใกล้จะถึงเวลาส่ง ฉันกลายเป็นอัจฉริยะในชั่วข้ามคืน รู้สึกว่าเวลาที่ฉันมีอยู่ไม่เพียงพอ และถึงแม้งานจะเสร็จ แต่งานกลับออกมาไม่ดีอย่างที่คาดไว้

          ดังนั้นเมื่อได้รับงานและกำหนดเส้นตายแล้ว คุณต้องจำไว้ว่าส่วนไหนที่ส่งไปเมื่อไร อันไหนควรทำก่อนหรือหลัง? พยายามวางแผนงานของคุณตั้งแต่วันที่ครูให้คำแนะนำจนถึงเส้นตาย อย่ารีบเร่งทำในวันสุดท้าย เลยคิดว่าไม่มีเวลาทำ โดยเฉพาะถ้ามีงานด่วนรออยู่ข้างหน้า หรือมีสอบวันรุ่งขึ้น เราจะรีบแบ่งเวลาทำงาน หรือถ้าคุณจำไม่ได้ วิธีที่สำคัญที่สุดคือการมีสมุดทำการบ้าน และหมายเหตุทุกครั้งที่ต้องส่งงานในวันนั้นทันที

 3. มีแผนในการทำงาน และกิจกรรมอื่นๆ

          การวางแผนงาน วางระบบงานเพื่อให้งานเสร็จทันเวลา ควรมีแผนงานระยะยาวด้วย โดยเฉพาะถ้าเป็นงานกลุ่มที่มีหลายขั้นตอน การวางแผนการทำงานตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่กำหนดเส้นตาย สำคัญมาก ตั้งแต่การวางแผนงานประชุม งาน สรุปงาน ฯลฯ ถ้าตามตารางได้เท่าไหร่ มีแนวโน้มว่างานจะเรียบร้อยและตรงเวลาแน่นอน

          มาทำปฏิทินกันเพื่อดูว่าเราต้องส่งงานอะไรบ้างในหนึ่งเดือน เราควรทำกิจกรรมอะไรดี? คุณวางแผนจะอ่านหนังสือวันไหน มีกำหนดเวลา งานที่ต้องส่ง วันไหน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆ นึกภาพในหนึ่งเดือนว่าจะทำอะไรหรือทำอะไรให้งานออกมาดี และที่สำคัญ จะช่วยให้เด็กๆ เห็นว่าเวลาว่างหรือมีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้วางแผนงานของคุณและจดงานที่ต้องทำพร้อมกับวันครบกำหนดในแต่ละครั้ง

4.บอกลานิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

          ศัตรูหลักของการแบ่งเวลาคือนิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง ตอนแรกคุณอาจคิดว่าคุณมีเวลาว่างมาก คุณสามารถทำได้เร็ว ๆ นี้ ตอนนี้เสร็จแล้ว คำว่ารอก็ดีนะ คุณสามารถทำลายทุกอย่าง ทำงาน อ่านหนังสือ ถ้าคุณคิดที่จะจัดสรรเวลาให้สมบูรณ์แบบ หรือให้เวลาตัวเองมากขึ้น คุณต้องกำจัดนิสัยนี้ทันที

          ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการบอกลานิสัยผัดวันประกันพรุ่งคือการเริ่มทำมัน บางคนอาจพบว่าสิ่งนี้ยาก แต่พี่อีฟมาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ สองสามข้อ เช่น คิดถึงความสบายใจหลังเลิกงาน หรือพยายามจดจ่อกับรางวัลของคุณเมื่องานเสร็จสิ้น อาจเป็นชั่วโมงพักผ่อนหรือกินเค้กสักชิ้นเพื่อกระตุ้นให้เรารีบไปทำงาน และมีเวลาว่างมากขึ้นอย่างแน่นอน

 5. ตื่นเช้ากว่าเดิม

          สำหรับคนหนุ่มสาวบางคน การตื่นสายเป็นกิจวัตรประจำวัน คุณอาจมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการตื่นเช้า แต่ถ้าเราพยายามตื่นให้เร็วขึ้น อาจจะ 5-10 นาทีในวันแรก และเพิ่มขึ้นเป็น 20-30 นาทีในวันถัดไป เราจะพบว่าอีก 5-10 นาทีเท่านั้น สามารถให้เวลาเราในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม

          ใครเคยเจอรถติดระหว่างทางไปโรงเรียนบ้าง? หากคุณตื่นเช้าและออกจากบ้านเร็วกว่าแต่ก่อน เราอาจพบว่าเรามาถึงโรงเรียนเร็วกว่าเพื่อนที่มาถึงเร็วกว่าเรา หรือถ้าใครไม่มีเวลากินข้าวเช้าก่อนออกจากบ้าน เวลาที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถทำให้เรากินอาหารครบ 3 มื้อได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเพียงแค่ลองปรับเวลาตื่นและเวลานอน คุณจะมีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นและจะรู้สึกสดชื่นทุกครั้ง ตื่นกี่โมงไม่สำคัญ